
- อยากเข้ามาอัพเดตตัวหน่อย
- อยากบันทึกความรู้สึกในช่วงนี้ไว้ด้วย
- ตอนนี้ปิดเทอม รอเวลาเรียน
- แต่มันไม่เหมือนปิดเทอมแบบเดิมๆ ปีนี้ไม่มีเรียนซัมเมอร์ ไม่มีโปรแกรมทำอะไรวุ่นวาย ทุกอย่างนิ่งมาก
- เหมือนปิดเทอมเฉยๆ ไว้นอนเล่น ไว้เพิ่มความอ้วน ที่สำคัญ 'ไว้รอ'
- รอเข้ามหาลัย
- เราถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งที่เราได้ที่เรียนแล้ว
- แต่สิ่งที่เราได้มา มันก็เป็นสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้มาก่อน เลยกังวลหลายๆอย่าง
- มันสูงไปมั้ย เราจะไหวมั้ย จะตามเพื่อนๆทันรึเปล่า
- ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคิดมาก่อนเลย
- เหมือนเราอยู่ใน safe zone มานาน เรามีเพื่อนที่เรารู้จัก ครูที่เรารู้จัก ชีวิตแบบเดิมๆที่เราเบื่อมัน
- แต่เรา'รู้จัก'และ'คุ้นเคย'กับสิ่งเหล่านั้น
- พอวันนึงมันหายไป เราเริ่มต้นใหม่ เราเลยสับสน ที่สำคัญ เรา'กลัว'
- นอกจากเรื่องเรียน เราก็กลัวหลายๆอย่าง หนึ่งในนั้นคือเรื่องเพื่อน
- เราคงมีเพื่อนแหละ แต่เราก็คาดหวังให้เป็นแบบมอปลายไม่ได้
- เราอาจได้ที่คนที่เข้ากันได้ เคมีเข้ากันสุดๆแบบมอปลาย
- หรือเราอาจไม่เจอแบบนั้น ได้แค่เพื่อนแบบผิวเผินที่ไม่เปิดเผยอะไรต่อกันเท่าไหร่
- มันเป็นไปได้ทั้งคู่
- หรือเราอาจเจอคนที่ทำให้เราคิดว่ามอปลายน่ะ ไม่ใช่สนิทหรอก คำว่าสนิทต้องแบบนี้
- มันก็อาจเป็นได้
- แต่เราจินตนาการไม่ออกเลยว่าสนิทกันมากกว่าที่เราสนิทกับเพื่อนมอปลายตอนนี้น่ะ มันแบบไหน
- แต่ก็เหมือนตอนมอต้นล่ะมั้ง เราคิดว่าสนิท แต่พอเจอมอปลายก็ได้เจอกับความหมายใหม่ของคำว่าเพื่อนสนิท
- วูบนึง เราก็คิดว่าจริงๆไม่ต้องสนิทกันมากก็ได้นะ
- กลัวเจ็บล่ะมั้ง
- ได้อักษร วันที่สัมภาษณ์ก้ได้เห็นผู้หญิงเต็มคณะไปหมดเลย 555
- ผู้ชาย.น้อย แถมผู้ชายแท้ยิ่งน้อยเข้าไปอีก 555
- เลยรู้สึกปลอดภัย เพราะเราเรียนหญิงล้วนมา ไม่ค่อยชอบบรรยากาศที่มีผู้ชาย.เยอะแยะเท่าไหร่
- เพราะมันจะรู้สึกแปลกๆ เหมือนไม่ปลอดภัย ทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก แต่เราไม่ชอบน่ะ
- เป็นคนที่มีเรื่องไม่ชอบในชีวิตเยอะมากจริงๆ 555
- ไปซื้อชุดมา ต้องใส่พลีท ก้นก็เป็นกะละมัง
- ต้องมาเครียดเรื่องหุ่นอีก เพราะเพื่อนร่วมคณะท่าทางสวย หุ่นดีกันเป็นส่วนใหญ่
- บอกตรงๆ เราไม่อยากเป็นจุดบอดน่ะ จริงๆ ใครๆก็อยากสวยใช่ไหมล่ะ
- แต่บางครั้งก็ถามตัวเองว่าจะลดความอ้วนไปทำไม ถ้ามีความสุขกับการกิน
- เราลดความอ้วนไปเพื่อใครเหรอ ทั้งๆที่ ที่บ้านไม่ด่า สุขภาพเราก็ไม่ได้แย่
- เป็นวีธีการคิดแบบเข้าข้างตัวเองสุดๆ 555
- จริงๆถ้าลดได้ก็ดี นอกจากจะสวย มันก็ดีต่อสุขภาพด้วย
- นอกจา่กนั้นเรายังคิดถึงเรื่องนึง
- ทุกวันนี้เราทายาลดรอยแผลเป็นทุกวัน เพราะอยากให้ตัวเรียบเนียน
- คำถามคือเราทำไปทำไม
- นั่นสิ ทำไปทำไม
- เราสมมติกับตัวเองว่าถ้าเรามีแฟน แล้วแฟนบอกว่าโอเคนะ ที่เรามีแผลเป็น มันไม่เห็นเป็นอะไรเลย
- เราว่าเราก็คงไม่ทาล่ะมั้ง เลิกทาเลย 555
- แต่เพราะไม่มีใครบอกแบบนั้น มีแต่คนบอกไม่สวยๆ ต้องทำให้มันหายไป เราเลยทา
- เพราะไม่มีใครบอกไม่เป็นไร
- เพราะเราไม่มีแฟนที่บอกว่าไม่เป็นไร
- เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะไม่เป็นไร
- ไม่รุ้อะไรเลย
- แต่เราก็มาคิดว่าถ้าเราทำให้ตัวเราเพอร์เฟ็คได้ คือไม่อ้วน ตัวเนียนไรงี้
- แต่เรามีแฟนที่มีรอยแผลเป็น ไม่เพอร์เฟ็ค เราจะรับได้เหรอ
- เราว่าไม่ได้หรอก เราจะต้องหาคนที่เพอร์เฟ็คเหมือนกัน
- เพราะฉะนั้น บางทีมันก็โอเคกว่าที่จะไม่เพอร์เฟ็ค
- เพราะคนไม่เพอร์เฟ็คน่ะ มีอยู่เต็มไปหมดในโลกนี้ยังไงล่ะ
- เอ้อ ตอนนี้กำลังเขียนนิยายอยู่ สาระในนิยายไม่ค่อยมีหรอก
- แค่อยากจะเขียนสิ่งที่ตัวเองวาดภาพไว้ในหัวออกมา
- จริงๆ ช่วงนี้เราเล่นทวิตเตอร์ก็เลยไม่ค่อยได้อัพบล็อก
- การได้ระบายสิ่งที่คิด ณ เวลานั้น มันทันใจกว่าล่ะมั้ง
- เวลาเราอัพบล็อกคืออยากเขียนอะไรที่อยากเก็บไว้นานๆ สิ่งที่กลั่นกรองแล้วบ้าง ไม่ได้กลั่นกรองบ้าง
- แต่ทวิตเตอร์คือระบายอารมณ์ หรือบอกสิ่งที่คิดในขณะนั้นๆ
- แล้วมันก็จะหายไป เมื่อมีทวิตใหม่เพิ่มขึ้น
- เราก็จะลืมมันไป
- เลยสบายใจที่ได้ระบายแค่ใน ณ ช่วงเวลานั้น แล้วก็ไม่อยากเห็นมันหลังจากนั้น ...ล่ะมั้ง
- เมื่อวานมีเรื่องสะกิดใจเรื่องหนึ่ง คือเรื่องครอบครัวนี่แหละ
- บางทีเราก็คิดว่าถ้าคิดว่าทำได้ไม่ดี ก็จงอย่ามีตั้งแต่แรก
- ถ้ามี ก็ทำให้มันดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเกิดมีลูก ก็ควรเลี้ยงเขาดีๆ
- อย่าทำเป็นว่าเขาเป็นความผิดพลาด เลยปล่อยตามเวรตามกรรม
- คนไม่ใช่ตุ๊กตา ที่พอไม่อยากเล่น ก็ทิ้ง
- เรามีพี่คนนึงในเฟส ชีวิตเขาน่ารักมาก เป็นครอบครัวที่น่ารักมากๆ
- เราว่าบางครั้งมันก็เป็นเรื่องของบุญที่เขาได้ทำร่วมกันมา
- ทำให้เขามีครอบครัวที่ดีมากๆในชาตินี้
- ฟังดูงมงายนิดนึง 555
- ช่วงนี้โดนแม่บังคับให้สวดมนต์ฟังธรรมบ่อยๆ เลยเริ่มเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษขึ้นมานิดนึง
- ย้ำว่าแค่นิดนึงนะ 555
- สำหรับเรา
- ครอบครัวเรา เขาดีสำหรับเราแล้ว
- เราไม่อยากให้เหมือนใคร
- เราไม่อยากแลกกับใคร (เห็นเด็กๆชอบพูดกันว่ามาแลกบ้านกันเถอะ แลกพ่อแม่กันเถอะ 555)
- เป็นแบบนี้แหละ ดีแล้ว
- แม้จะหงุดหงิด ไม่ชอบใจในหลายๆสิ่งที่เขาทำ
- แต่พอมาถึงตอนนี้ เราว่าเราเข้าใจเขาขึ้นเยอะ ทั้งพ่อ แม่ พี่ ญาติ ทั้งครอบครัวน่ะ
- บางที ถ้าเป็นเรา เราก็คงตัดสินใจแบบเขานั่นแหละ
- แล้วถ้าเราจะมีความสัมพันธ์ จะมีอะไร ก็ควรจะคิดให้ดีก่อน
- สร้างครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่าย สร้างให้ดียิ่งยาก อย่าเสี่ยงดีกว่า
- จริงๆ เราว่าเด็กรุ่นใหม่ รุ่นเรา หรือเด็กกว่า มันobsess กับเรื่องเพศนะ เรื่องแฟน เรื่องความสัมพันธ์
- ไม่ว่าจะเพราะสื่อ เทคโนโลยี พ่อแม่สมัยใหม่ หรืออะไรก็แล้วแต่ ผลมันออกมาเป็นอย่างนี้
- แถมข้อสอบยังให้ตอบว่าจะดับอารมณ์ทางเพสได้ต้องไปเตะบอล ...เออ ดี
- ช่วงนี้ก็คิดหลายๆเรื่อง เพราะมันว่างน่ะ
- นอกเหนือจากดูซีรี่ย์ญี่ปุ่น ซีรี่ย์เมกา ดูการ์ตูนกับหลาน เล่นเกม อ่านคินดะอิจิ อ่านอะเดย์ เขียนนิยาย
- (ชีวิตช่างอุดมด้วยสาระ 555)
- ก็มีเรื่องที่คิดว่าจะเรียนเอกอะไรนี่แหละ 555
- เชื่อเถอะ ถ้าอ่านในทวิตเตอร์จะรู้ว่าเราobsess กับเรื่องนี้มาก 555
- สรุปว่าปีแรกจะลงอิ๊ง เฟรนช์ เสปน อังกฤษ และละคร
- จากนั้นค่อยมาตัดว่าจะเอาอันไหนเป็นเอก อันไหนเป็นโทอีกที
- จริงๆถ้าตัดใจจากญี่ปุ่นได้จะพุ่งตัวไปโซนยุโรปละ 555
- แต่ตัดใจไม่ได้ไง
- นอกจากตัดใจไม่ได้ ยังอยากไปมากขึ้นด้วยซ้ำ
- เป็นผลจากการอ่านกระทู้เที่ยวญี่ปุ่นในห้อง blueplanet ทุกวัน 555
- คนเรามันต้องมี passion สิ ไม่งั้นจะอยู่ไปทำไม
- เนอะ
- คิดว่าถ้าไม่ชนะคันจิ หรือประนีประนอมกับคันจิไม่ได้ ก็คงไปทางเฟรนช์
- แล้วก็พยายามไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อยๆแทน 555
- คือถ้าไปเรียนไม่ได้ก็ไปเที่ยว ยังไงก็ชอบอยู่ดี
- แต่ความชอบมันไม่ได้หมายความว่าทำได้ไง
- บางครั้งก็ต้องเลือกในสิ่งที่ชอบน้อยกว่าแต่ทำได้มากกว่า อะไรแบบนั้น
- ยาวแล้วเนอะ
- มีอะไรอีกนะที่ยังไม่พูดถึง...
- อ้อ เราชอบวงเกาหลีวงนึงแล้วล่ะ นอกจากวงญี่ปุ่นร้อยแปดที่ชอบ
- วงนั้นคือบิ๊กแบงนั่นเอง
- จบจ้ะ
- อ้อ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปไหน เลยไม่ได้ถ่ายรูปเท่าไหร่
- ช่วงนี้มีแต่หากินกับของเก่า 555
- พูดถึงหากิน อยากสกรีนเสื้อขาย แต่ไม่รู้จะสกรีนลายอะไร
- เลยคิดว่าอาจจะดีกว่ารึเปล่า ถ้าไปรับมาขาย
- อาจเพราะช่วงนี้ เพื่อนๆวัยเดียวกัน รอบตัว หางานทำกันหมด พาร์ทไทม์บ้าง เปิดร้านขายของบ้าง
- เราเลยคิดว่าการที่เราอยู่เฉยๆแบบนี้มาเป็นเดือน มัน useless ว่ะ
- ซึ่งแม่ก็บอกว่าแกก็กวาดบ้าน ซักผ้า ล้างจาน เลี้ยงหลาน ไปสิ
- คือมันไม่ใช่สิ่งที่อยากทำง่ะ แถมไม่ได้ตังค์อีกต่างหาก 555
- คิดว่าถ้าวิชาแก่กล้ากว่านี้คงรับสอนพิเศษ
- จริงๆ อยากทำงานร้านกาแฟนะ อยากเป็นคงชง แต่กว่าจะได้เป็นคงต้องใช้เวลา
- ช่วงนี้ก็คิดถึงสิ่งที่อยากทำในอนาคตไว้หลายอย่าง
- คงดีถ้าไม่ตายในเร็วๆนี้
- คงดีถ้าอีก10ปีข้างหน้ายังไม่ตาย
- อยากให้ที่วางแผนไว้มันสำเร็จขึ้นมาสักครึ่งนึง : )
- ยาวแล้ว
- ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้
- ไว้เจอกันใหม่ค่ะ :D
Tags: diary, life5 Comments